(22) “เธอกำลังมองเหตุการณ์ในอดีตอยู่ จงเพ่งความเอาใจใส่ในเหตุการณ์นั้น ถ้าทำได้แล้วแม้แต่ร่างกายของเธอก็จะสูญเสียความเป็นรูปเป็นร่างในปัจจุบันไป เพราะเธอจะเกิดการเปลี่ยนแปลง”
ขยายความ เราควรตระหนักเอาไว้เสมอว่า การที่เอาตัวเองเข้าไป “อิน” หรือเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้น เป็นที่มาแห่งทุกข์ เพราะในช่วงนั้นตัวเราจะไม่สามารถเป็น “ผู้ดู (จิต)” หรือ “ผู้เห็น (จิต)” ได้ หากตัวเราสามารถเป็นผู้ดูอดีตของตัวเองโดยไม่เข้าไปปรุงแต่ง หรือเกิดความรู้สึกร่วมกับอดีตของตัวเอง เราก็จะสามารถกลายมาเป็นผู้ดูตัวเราเองในปัจจุบันได้เช่นกัน หากเราสามารถมองดูอดีตของตัวเองราวกับกำลังชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้ เราก็จะตระหนักได้เองว่า “การดู (จิต)” นั้น ไม่ใช่อดีต และไม่ใช่อนาคต แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในมิติที่ไร้เวลาหรือจะเรียก “จิตขณะที่เป็นตัวรู้หรือผู้รู้อยู่” นี้อยู่ในปัจจุบันขณะ อันเป็นนิรันดร์ก็ย่อมได้ เมื่อเราทำได้เช่นนี้แล้ว สิ่งที่เราเป็นผู้ดู ผู้เห็นนั้น แทบไม่ต่างจากความฝันแต่อย่างใดเลย เพราะเราจะเห็นถึงการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป หรือความเป็นไตรลักษณ์ของสิ่งนั้นได้อย่างชัดเจน ประเด็นสำคัญของการฝึก “ดูจิต” ด้วยวิธีนี้นั้นอยู่ที่ ให้มองอดีตของตัวเองเหมือนกับเป็นเรื่องราวของชีวิตคนอื่น รักษาสติและความตื่นรู้เอาไว้เสมอ พร้อมกับรักษาระยะห่างในฐานะที่เป็นผู้ดู ผู้เห็นหรือผู้รู้เอาไว้ อย่าให้อดีตมาตามหลอกหลอนตัวเรา ทำร้ายตัวเรา ผูกมัดตัวเราเอาไว้ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น