วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

คำว่า ‘อาการเกิดดับ’ นี้

“…คำว่า ‘อาการเกิดดับ’ นี้
ทีแรกเราอาจเข้าใจว่า
พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง...เป็นเกิด เป็นดับ
อันนี้เป็นอาการเกิด-ดับ ของสมมติ
ไม่ใช่เป็นอาการเกิดดับในปรมัตถ์ชั้นสูง
จึงว่า มันมีเปลือก มีกระพี้ มีแก่น มีแกน
มันต้องไปตามลำดับของมัน

ต่อจากนั้น เราก็ไปเข้าใจว่า กะพริบตา...เป็นเกิด เป็นดับ
เหลียวซ้าย-แลขวา...เป็นเกิด เป็นดับ
จิตใจมันนึกมันคิด...เป็นเกิด เป็นดับ
มันจะเข้าใจเป็นลำดับมาอย่างนี้

แต่เหล่านี้ก็ยังไม่ใช่เป็นการเข้าใจอาการเกิดดับอันนั้น
ซึ่งเป็นอาการเกิดดับอันที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนเอาไว้ว่า
‘คนเกิดมาร้อยวันพันปีก็ตาม
ถ้าหากยังไม่รู้-ไม่เห็นอาการเกิดดับอันนั้น
การเกิดของผู้นั้น หรือชีวิตของผู้นั้นเป็นหมัน
หรือบวชเป็นพระสงฆ์องค์เจ้าก็เช่นกัน
ถึงจะบวชมา ๑๐๐ พรรษา...แต่ไม่รู้อาการเกิดดับอันนั้น
การบวชของบุคคลนั้นก็เป็นโมฆะ’

ดังนั้น พวกเราที่มาปฏิบัติธรรมนี้ต้องตั้งใจ
เวลามันหมดไป หมดไป
วันนี้ก็เป็นครั้งสุดท้ายของพรรษาแล้ว
ก็จะแนะแนววิธีปฏิบัติให้พวกเราเอาไปใช้ได้
เพราะหลังออกพรรษาแล้ว
ก็จะได้แยกย้ายกันไปทำงานการตามหน้าที่ของเรา
หากเราไม่รู้จริงแล้ว
เมื่อมีคนนั้นคนนี้พูดขึ้นมาให้เราฟัง...เราก็จะงง
ไปเชื่อคนนั้นคนนี้...เพราะพึ่งตัวเองไม่ได้
เดี๋ยวก็จะไปวิ่งหาตำรา
เปรียบเทียบว่า...คนนั้นพูดอย่างนั้นดี คนนี้พูดอย่างนั้นดี
ดีอยู่แต่คนอื่น...ส่วนตัวเราไม่มีดี
คนอื่นดีกับเราดี...อันไหนจะดี ?
คนอื่นดี...ก็คนอื่นดี
เราดี...มันก็ต้องดีกับเรา ซึ่งต้องดีกว่าคนอื่นดีสิ

สมมติ เรามีเงิน กับคนอื่นมีเงิน...อันไหนจะดี ?
ถ้าคนอื่นมีเงิน แต่เราไม่มีเงิน
เราต้องการเงิน เราก็ต้องไปยืมเขา
แน่ะ ! ถ้าเรามีเงิน...ก็ไม่ต้องไปยืมใครเลย
และจะให้คนอื่น...เราก็ให้ได้ทันทีเลย

ความรู้อันนี้ก็เช่นเดียวกัน...มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำรับตำรา
มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนึกคิด...แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ
ให้มันเป็นเอง...ให้ตัวมันเองปรากฏขึ้นมาเอง

อาการเกิดดับอันนี้
ไม่เหมือนกับกาการเกิด-ดับ อย่างที่หลายคนเคยได้ยินมาว่า
‘ตาเห็น...เป็นเกิด เป็นดับ ใจนึกคิด...เป็นอาการเกิด-ดับ’
อันนั้นก็จริง...แต่มันไม่ใช่อาการเกิดดับ อย่างหลวงพ่อพูดถึงนี้
‘อาการเกิดดับตัวนี้...มันเป็นครั้งสุดท้าย’
เมื่อคนใดรู้สภาพภาวะอาการเกิดดับอันนี้
มันเหมือนกับที่ผมเคยพูดเปรียบเทียบให้ฟังว่า
‘เราผูกเชือกไนล่อนกับเสา ๒ ต้นไว้ให้ตึง...ตัดตรงกลาง
มันจะกระดอนกลับไปสู่เสาทั้ง ๒ ทันทีเลย
เมื่อดึงมาหากันอีก...มันไม่ถึง
เรียกว่า ‘มันเกิดแล้วดับไป ดับสูญไป’
ดับสูญ...ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรเลย แต่หมายความว่า 'สิ่งนั้นจะไม่มี'
นี้แหละ คือ อาการเกิดดับ...”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
------------------------------------------------------------------------------------------------

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ ~ รู้สึกตัว - เป็นปกติ - อยู่กับปัจจุบัน ~ ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

นั่งสมาธิแล้วชา นั่งสมาธิแล้วชา

ถาม  นั่งสมาธิแล้วชา ตอบ  อันนี้เป็นเรื่องของธรรมดาของกาย ที่นั่งนานๆ ย่อมเกิดความมึนชาขึ้นมา ถ้ารู้สึกเจ็บปวด หรือชาขึ้นมาแล้ว เราหยุดเปลี...