วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

Vibration หรือการสั่นสะเทือนของจิต

Vibration  หรือการสั่นสะเทือนของจิต
,ควอนตัม    #สำนึกดี #สังคมดี !!

#Q ทั้ง #7 กับ #มนุษย์ที่สมบูรณ์

1.IQ : #Intelligent Quotient
หมายถึง มาตรวัดความฉลาดทางปัญญา ความจำ ความคิด

2.EQ : #Emotional Quotient
หมายถึง มาตรวัดความฉลาดทางอารมณ์ ไม่กังวลไม่เครียด รู้จักการระงับความโกรธเป็น

3.MQ : #Moral Quotient
หมายถึง มาตรวัดความฉลาดทางคุณธรรมจริยธรรม ระดับสติปัญญาทางด้านศีลธรรม

4.AQ : #Adversity Quotient
หมายถึง มาตรวัดความสามารถในการควบคุมกำกับและเอาชนะปัญหาอุปสรรคได้ มีความมุ่งมั่นไม่ย้อท้อต่ออุปสรรค

5.SQ : #Spiritual Quotient
หมายถึง มาตรวัดระดับการพัฒนาการทางด้านจิตใจ มีจิตวิญญาณที่ดี เข้าใจในการปฎิบัติตนเข้ากับคน สังคม และวัฒนธรรมที่ดีได้

6.CQ : #Creativity Quotient
หมายถึง มาตรวัดระดับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สังสรรค์สิ่งที่ดี ๆ

7.PQ : #Physical Quotientหมายถึง มาตรวัดระดับความฉลาดทางด้านพลานามัย คือมีความมั่นใจในการเคลื่อนไหวของร่างกาย

ทฤษฎีสตริง #อนุภาคมีลักษณะเป็นเส้นเชือกหนึ่งมิติ โดยการสั่นของเส้นเชือกนี้ทำให้เกิดเป็นตัวโน้ตต่างๆ ตัวโน้ตหนึ่งตัวสามารถแทนอนุภาคได้หนึ่งตัว ตัวโน้ตที่ต่างคีย์กันก็จะให้อนุภาคที่ต่างชนิดกัน ในการที่จะให้ทฤษฎีสตริงมีคุณสมบัติทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสม

#นักฟิสิกส์พบว่าจำนวนมิติของเอกภพจะต้องมีถึง 10 มิติคือ เวลาหนึ่งมิติและอวกาศอีก 9 มิติ ยิ่งไปกว่านั้นในในทฤษฎีเอ็ม (M-theory) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่พัฒนาต่อมาจากทฤษฎีเส้นเชือก

โลก 3 มิติ (space)
อย่างที่ทราบกันดี มนุษย์รับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวในโลก 3 มิติคือ กว้างxยาวxสูง
ผ่านทางทวารทั้ง 6 คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
นี่ดูเหมือนจะเป็นกรอบอันหนึ่ง
ที่บางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกจำกัดถูกขังอยู่ในโลก 3 มิติใบนี้
บางครั้งเราก็รู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้ แต่เราไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร  ?เชื่อว่าความโหยหาชนิดนี้มีอยู่ในผู้แสวงหาทุกคน

มิติที่ 4 (time)
ในทางวิทยาศาสตร์ เราถือว่ามิติที่ 4 คือ มิติแห่งเวลา เป็นการเคลื่อนไหว เป็นการเปรียบเทียบของวัตถุ
3 มิติ กับตัวมันเองในอดีต,อนาคต

ในโลก 4 มิติ ทุกอย่างต้องมีจุดอ้างอิงในการวัดเสมอ เช่นถ้าเราจะบอกว่า วัตถุชิ้นหนึ่งยาว 3 ฟุตเราก็ต้องมีไม้บรรทัดที่กำหนดว่าความยาว 1 ฟุต ยาวขนาดไหน เราต้องมีจุดเริ่มต้น และจุดสุดท้าย
ที่จะวัด หรือว่าเรื่องของเวลาก็มีจุดอ้างอิงกับแสง ไอน์สไตน์เป็นผู้หนึ่งที่เปิดเผย ความสัมพันธ์ ของสิ่งต่างๆ เหล่านี้

โดยเขียนเป็นทฤษฎีสัมพัทธภาพ ที่กล่าวถึงความสัมพัทธ์กันของ
ความเร็ว×เวลา×มวล=พลังงาน กล่าวคือ
การรับรู้ทุกๆ อย่างในโลกอยู่ภายใต้ระบบปิด
อยู่ภายใต้ข้อจำกัด
หรือเงื่อนไขของสภาวะแวดล้อมอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ

มิติในโลกแห่งจิต
#มองย้อนกลับเข้ามาภายในตัวเอง
แล้วพบว่าจุดอ้างอิงเหล่านี้ล้วนออกมา
จาก..#จิตหนึ่งเดียวดวงนี้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ระยะทาง เมื่อเรามองออกไปผ่านสายตาสองข้าง
ระยะทางเรารับรู้ได้ย่อมอ้างอิงตัวผู้ดู ผู้ให้ชัดเจนคือจิตของเราเอง(ซึ่งกำลังสนใจในวัตถุนั้นๆ) เป็นจุดอ้างอิง หากมีการเปรียบเทียบว่าใกล้หรือไกล นั้นย่อมขึ้นอยู่กับสัญญา(#ความทรงจำ) #ที่เรามีอยู่

#โดยมีกิเลสตัณหาภายในเป็นแรงผลักดัน เช่นเดียวกันเวลาจะเร็วหรือช้าย่อมเกิดจากความทรงจำที่มีอยู่โดยมีกิเลสตัณหาภายในเป็นแรงผลักดัน

โลกไร้มิติ
เป็นการทำจิตให้อยู่กับปัจจุบัน (คือไม่มีเวลา) โดยการพิจารณาในไตรลักษณ์ของธรรมต่างๆ จนกระทั้ง
#เมื่อจิตสงบดีแล้ว
#ความทรงจำ 
#ก็เหมือนฟองคลื่นเล็กๆ
#ที่เกิดขึ้นแล้ว
#ดับไป  #ไม่มีการปรุงแต่งต่อ..#ให้เกิดตัณหา #ไม่มีการเปรียบเทียบใดๆ
#ในจิตเมื่อไม่มีการเปรียบเทียบ
#ก็ไม่มีเวลา  #ไม่มีการไป #ไม่มีการมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

นั่งสมาธิแล้วชา นั่งสมาธิแล้วชา

ถาม  นั่งสมาธิแล้วชา ตอบ  อันนี้เป็นเรื่องของธรรมดาของกาย ที่นั่งนานๆ ย่อมเกิดความมึนชาขึ้นมา ถ้ารู้สึกเจ็บปวด หรือชาขึ้นมาแล้ว เราหยุดเปลี...