เมื่อเรารวมจิตจนได้ความสุขสงบจากสมาธิมีกายเบาใจเบา มีปิติ ให้ยึดไว้ชั่วคราวก่อน เพราะจิตต้องมีที่ยึด(ให้จําไว้เป็นเทคนิคเลย ไม่อย่างนั้นมันจะวอกแวก ไปจับเรื่องอื่นหรือไปจับบุคคลแทน)
หรือไม่ก็ให้เอาจิตไปจับกับพระพุทธรูปหรือคําบริกรรมเอาไว้ก่อนก็ได้เป็นวิธีที่ผมใช้ แต่อนาคตเราจะต้องปล่อย
จากนั้นดำเนินการรู้กายและใจไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นไตรลักษณ์ของกายใจแล้ว เทียบกับความสุขที่ยึดไว้ จะทำให้เราเบื่อหน่ายและคลายออกไม่ยึดกายใจ ในที่สุดสิ่งที่ยึดต่างๆก็ค่อยๆคลายออกไป ไม่มีการพอใจไม่พอใจอีก เลิกให้ค่ามีเพียงสักแต่ว่า...
หลักของสมาธิที่สําคัญนะ สมาธิแปลว่าการทําให้จิตตั้งมั่น ให้ทําด้วยความเบาสบาย นั่งท่าสบายนะ ให้รู้สึกสบาย ไม่สบายอย่าทํา
ให้หายใจเข้ายาวๆเบาๆช้าๆ ให้หายใจออกยาวๆเบาๆช้าๆ
ให้สัมผัสถึงลมด้วย" ใจที่รู้ " ไม่ใช่ " คิดไปกับลม "
การให้เอาใจสัมผัสระลึกรู้ไปกับลม ทําได้ 2 แบบ คือ
1 เอาใจไว้ที่ปลายจมูกให้ใจนิ่งอยู่ตรงนี้ ให้สัมผัสรู้ไปกับลมที่ผ่านเข้าออกตรงจุดนี้เท่านั้น ให้ทําแบบนี้ตอนที่เริ่มทําสมาธิตอนแรก หรือตอนที่ใจวอกแวก การทําแบบนี้จะทําให้ ใจตั้งมั่นอยู่ที่ตรงปลายจมูก พอสงบดีแล้ว ใจตั้งมั่นดีแล้ว ให้ปรับทําแบบ
2 ให้เอาใจสัมผัสรู้ไปกับ ลมที่ไหลเข้าไปในหลอดลม ให้สัมผัสรู้ไปกับลมที่ไหลเข้าไปแล้วไหลออกมา เอาใจไว้กับลมที่ไหลเข้าไปแล้วไหลออกมา
ไม่เอาใจจับไว้นิ่งๆที่ปลายโพรงจมูกแล้ว แต่ใจจะสัมผัสรู้ไปกับลมเข้าและลมออก
ทําอย่างนี้จะทําให้จิตที่ตั้งมั่นดีแล้ว จะเริ่มเดินลมเพื่อเจริญวิปัสสนา
ใจที่สัมผัสรู้ไปกับลมเข้าลมออกเป็นการพิจารณากาย เป็นการเจริญสติ
ตรงนี้ถ้าสติสัมผัสรู้ไปกับลมดีดี กายจะเริ่มเบา ใจจะไม่ง่วง จะเป็นสัมมาสติ จะเข้าไปอยู่ในฌานระดับปฐมฌาน
กายเบาไปเรื่อยๆ ความวิตกกังวลต่างๆหายไป มีเสียงอะไรเราก็เฉย เพราะใจเราอยู่รู้กับลม
ความสงบก็จะเริ่มดิ่งเข้าไปเรื่อยๆ ตามฌานที่ได้ ทําแบบใจสบายๆนะ ท่าไหนก็ได้
ผมเองชอบนั่งเก้าอี้บ้างโซฟาบ้างไม่ได้นั่งขัดสมาธิ
อย่าไปติดที่ท่าทาง ท่าทางไม่เกี่ยว ไม่อย่างนั้นเดินจงกรมก็ไม่ได้สมาธิสิ
อยู่ที่ใจเราอย่างเดียวเลยนะ
แต่ถึงแม้ผมกล่าวอย่างนี้ผมเองก็ผ่านการนั่งในรูปแบบมาก่อนนะ
ดังนั้นให้แล้วแต่จริตคนที่ชอบดีที่สุดครับ ให้ทําด้วยความสบายใจเบาใจ สมาธิจึงเกิดนะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น