🌅 🌄 🌇
จงคิดดูเถิด !!
ถ้าเมื่อเธอเป็นผู้สมบูรณ์ด้วย "สัจจะพื้นฐาน" ในทุก ๆ กรณีอยู่แล้ว
คือ เป็น "จิตหนึ่ง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพุทธะทั้งหลายอยู่แล้ว"
เธอก็ "ไม่ควรพยายามจะเพิ่มเติมอะไร" ให้แก่ "สิ่งซึ่งสมบูรณ์" อยู่แล้วนั้น
ด้วยการบำเพ็ญวัตรปฎิบัติต่าง ๆ * ซึ่งไร้ความหมายเหล่านั้น ไม่ใช่หรือ
เมื่อไหร่ โอกาสอำนวยให้ ก็ทำมันไป และเมื่อโอกาสผ่านไปแล้ว ก็อยู่เฉย ๆ ก็แล้วกัน
ถ้าเธอยังไม่ตระหนักอย่างเด็ดขาดลงไปว่า จิต นั้น คือ พุทธะ ก็ดี
และถ้าเธอยังยึดมั่นถือมั่น ต่อรูปธรรมต่าง ๆ ก็ดี
ต่อวัตรปฏิบัติต่าง ๆ ก็ดี และ ต่อพิธีการบำเพ็ญบุญกุศลต่าง ๆ อยู่ก็ดี
แนวความคิดของเธอ ก็ยังผิดพลาดอยู่ และไม่เข้าร่องเข้ารอยกับทาง ทางโน้น เสียเลย
จิตหนึ่ง นั่นแหละ คือ พุทธะ !!
ไม่มีพุทธะอื่นใด ที่ใหนอีก ไม่มีจิตอื่นใด ที่ใหนอืก
มันแจ่มจ้า และ ไร้ตำหนิ เช่นเดียวกับความว่าง คือ มันไม่มีปรากฏการณ์ใด ๆ เลย
การใช้จิตของเธอให้ปรุงความคิดฝันไปต่าง ๆ นั้น เท่ากับเธอทิ้งเนื้อหาอันเป็นสาระเสีย
แล้วไปผูกพันตัวเองกับรูปธรรม ซึ่งเป็นเหมือนกับเปลือก
พุทธะที่มีอยู่ตลอดกาลนั้น ไม่ใช่พุทธะทางรูปธรรม หรือ พุทธะของความยึดมั่นถือมั่น
การปฏิบัติปารมิตาทั้ง ๖ และการบำเพ็ญข้อวัตรปฏิบัติต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกันอีก เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
ด้วยเจตนาจะเป็นพุทธะสักองค์หนึ่ง เป็นการปฏิบัติชนิดคืบหน้าไปทีละขั้น ๆ
แต่ พุทธะ ซึ่งมีอยู่ตลอดกาลดังกล่าวแล้วนั้น หาใช่พุทธะที่ลุถึงได้ ด้วยการปฎิบัติเป็นขั้น ๆ เช่นนั้นไม่ !!
เรื่องมันเพียงแต่ ตื่นและลืมตา ต่อ จิตหนึ่ง นั้น เท่านั้น !!
และ ไม่มีอะไร ต้องลุถึง อะไร !! นี่แหละ คือ พุทธะ ที่แท้จริง
พุทธะและสัตว์โลกทั้งหลาย คือ จิตหนึ่ง นี้ เท่านั้น ไม่มีอะไรอื่น นอกไปจากนี้อีกเลย
..
ท่านครูบาฮวงโป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น