(40) “เธอจะใช้อักษรอะไรก็ได้ ในตอนต้นของเสียงของอักษรนั้น จากนั้นค่อยๆ ชำระให้บริสุทธิ์...แล้วตื่น”
วิธีนี้ใช้การฟังเสียงที่ค่อยๆ เลือนหายไป อย่างเช่น การสั่นกระดิ่งหรือระฆังเล็กๆ ที่ข้างหูศิษย์ที่กำลังอยู่ในสมาธิ ศิษย์จะต้องคอยสังเกตสภาพก่อนเสียงจะปรากฏกับสภาพก่อนเสียงจะหายให้ดี เพราะนั่นคือกระบวนการของการตื่นจากภายใน
(41) “ในขณะที่ฟังเสียงจากเครื่องดนตรีประเภทสาย จงฟังเสียงใจกลางที่ซ้อนกันอยู่นั้น...เมื่อทำเช่นนั้นทั่วทุกสารทิศจะ...”
วิธีนี้ใช้การฟังดนตรีด้วยความมีสติตื่นรู้เข้าไปสู่ใจกลางข้างในของมัน จนกระทั่งลืมคิด ลืมใจของตัวเองอย่างสิ้นเชิง มีแต่ความตระหนักรู้อยู่เท่านั้น
(42) “สวดท่องเสียงออกมาดังๆ ให้ได้ยิน จากนั้นค่อยๆ หรี่เสียงให้เบาลงเรื่อยๆ ประสานไปพร้อมกับความรู้สึกที่กำลังดิ่งลึกสู่ความเงียบสงัด”
วิธีนี้มุ่งใช้เสียงเป็นทางผ่านไปสู่หัวใจ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางที่สงบสงัด ไร้ความคิดใดๆ เมื่อเต็มเปี่ยมไปด้วยความตระหนักรู้ และตัวผู้ฝึกจะประจักษ์ได้เองว่า ความตระหนักรู้นั้นคือความรัก ความเมตตากรุณาที่ลึกล้ำ วิธีนี้ควรฝึกในห้องเล็กๆ เพื่อให้ห้องนี้ประสานคลื่นแห่งความสั่นสะเทือนเดียวกับตัวผู้ฝึกจนเกิดเป็น “สนามพลัง” อันเป็นทิพย์ขึ้นมา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น