วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ผู้มาจากอนาคต

ผู้มาจากอนาคต
บางทีสิ่งเหล่านี้เป็นไปได้ว่าเดินทางมาจากอนาคตครับ ทฤษฎีนี้พึ่งได้รับการตอบรับจากนักวิชาการทั่วไปเมื่อไม่นานมานี้เอง ว่ามีสิทธเป็นไปได้เหมือนกัน แถมยังตอบคำถามเกี่ยวกับ UFOs ได้ในแทบทุกกรณี ซึ่งบางแง่มุมก็น่าคิดอยู่ไม่น้อย ผมจะขอยกประเด็นที่น่าสนใจมาสัก ประเด็นสองประเด็นก็แล้วกันนะครับ

มนุษย์โลกเชื่อกันว่า ความเร็วที่สุดเท่าที่เคยเร็วมาก็คือความเร็วของแสงครับ ไม่มีอะไรจะเดินทางได้เร็ว และย่นเวลาได้เท่าแสงอีกแล้ว หากการมาเยือนของผู้มาจากโพ้นพิภพมีจริงๆ นั่นก็แสดงว่าพวกเขาไม่น่าจะอยู่ไกลจากเรามากนัก เพราะมาให้พบเห็นกันบ่อยเหลือเกิน นักวิชาการบางคนเลยเสนอแนวคิดว่า ผู้ที่มากับ UFOs นั้นอาจไม่ใช่อื่นไกล ก็มนุษย์โลกเราเองนี่แหละครับ ที่ย้อนเวลามาจากอนาคต เพื่อกระทำกิจธุระกับมนุษย์ปัจจุบันในหลายๆด้าน ฟังดูเหลือเชื่อแต่ก็มีสิทธิเป็นไปได้ในอนาคต อนาคตตอนไหนน่ะหรือ? ฮ่า ฮ่า ก็อนาคตตอนที่ฟิสิกข์ของเราก้าวหน้าจนถึงขั้นท่องเที่ยวในกาลเวลาได้เหมือน ในหนังน่ะสิครับ

ทุกคนที่เรียนประวัติศาสตร์มาคงจะซึมซาบกับอมตวาจาประโยคนี้ดี "ประวัติศาสตร์ คือบทเรียนที่ดีของอนาคต"ผู้มากับ UFOs อาจต้องการมาศึกษาประวัติศาสตร์จากอดีตของพวกเขา ซึ่งก็คือยุคปัจจุบันของพวกเรา (ฟังแล้วงงดีวุ๊ย) นั่นเอง ความสามารถในการ "วาร์ป" ข้ามกาลเวลาของ UFOs คือคำตอบที่ดีของคำถามที่ว่า ทำไมเวลามีผู้พบเห็น UFOs มักจะเห็นมาโผล่มาอย่างปุบปับ แล้วก็หายแว๊บไปอย่างไม่มีร่องรอย

ข้อเท็จจริงอีกอย่างที่พอจะสนับสนุนทฤษฎีนี้ได้ ก็คือรายงานการพบเห็นสิ่งมีชีวิตที่มากับ UFOS นั่นล่ะครับรูปร่างเล็ก ตัวสีเทา หัวโต ตัวลีบ นิ้วมือยาว สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ในอนาคต เป็นผลมาจากวิทยาการที่ ทำให้มนุษย์ได้รับความสะดวกสบายเกินไป และถ้าพวกเขาเป็นมนุษย์โลกที่มาจากอนาคตจริง มันก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะสนใจทำการทดลองกับร่างกายของเรา เพื่อศึกษาวิวัฒนาการนั่นเอง

พวก"เขา"มาที่โลกทำไม?
สงสัยกันมาบทหนึ่งแล้ว ว่า UFOs นั้นมาจากไหน คราวนี้เราก็มาสงสัยกันต่อดีไหมครับ ว่าพวกเขามากันทำไม มาเพื่อกิจการใด หรือมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ในการมาเยือนดาวเคราะห์ดวงเล็กๆแห่งนี้ เช่นเคยครับ มีทฤษฎีที่น่าสนใจอีกเช่นกัน ถึงเหตุผลที่ UFOs มาเยือนโลกมนุษย์เรา เหตุผลที่ว่า ก็มีดังนี้ครับ

มาเยือนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฮะฮะ… จั่วหัวข้อเอาไว้อย่างกับมนุษย์ต่างดาว (ขอเรียกแบบนี้ไปก่อนนะครับ) เป็นไทยมุงชอบสอดแน่ะ แต่จริงๆแล้วก็น่าคิดอยู่ไม่น้อย เป็นเหตุผลที่ Simple Normal ธรรมดาๆมาก เหตุที่เราได้รับการมาเยือนจากโพ้นพิภพก็เนื่องจากผู้มาเยือน ต้องการมาศึกษาโลกมนุษย์ไงล่ะครับ ก็คล้ายๆกับคนเรานี่แหละ ที่ชอบเดินทางไปไหนมาไหน เพื่อศึกษาอารยธรรมใหม่ๆ เหตุผลที่มนุษย์ต่างดาวเทียวมาเทียวไปโลกเราเป็นว่าเล่น อาจจะเป็นเหตุผลเดียวกับที่คุณๆขึ้นเหนือไป เพื่อดูกระเหรี่ยงคอยาว หรือเป็นเหตุผลเดียวกับนักมานุษยวิทยาบุกเข้าป่า เพื่อศึกษาวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองก็เป็นได้ นับเป็นเหตุผลธรรมดาๆที่หนักแน่นและน่าฟังทีเดียวครับ

ถึงงั้นก็เถอะครับ มีหลายกรณีที่ไม่แน่ว่าจะเป็นการมาทัวร์โลกเพื่อการศึกษาเสมอไป การลักพาตัวมนุษย์โลกไปทดลองเอย ปรากฏการณ์ฆ่าหมู่สัตว์เลี้ยงที่เรียกว่าCattle Mutilation เอย มันดูไม่เหมือนเพื่อการศึกษาเลยสักนิด แถมมนุษย์ต่างดาวที่พบเห็นกันในปัจจุบัน ก็มีหลากเผ่าหลายพันธ์กันเหลือเกิน ถ้าจะบอกว่าบางเผ่าพันธ์มาเพื่อการศึกษา ในขณะที่บางเผ่าพันธ์ไม่ เรื่องนี้ก็คงต้องคิดกันอีกยาวล่ะครับ สำหรับผู้มีหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ

เพื่อแสวงหาทรัพยากร
เป็นไปได้เหมือนกันนะครับ มนุษย์ต่างดาวอาจมาเยือนโลกเราด้วยเหตุทางเศรษฐกิจ คือมาหาทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่มีบนดาวเคราะห์ของเขา อาจเป็นแร่ธาตุบางประเภท เพราะบ่อยครั้งที่มีรายงานว่า พบ UFOs กำลังตักตัวอย่างดิน หรือหิน บางที ทรัพยากรที่มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ต้องการ อาจรวมไปถึง "สิ่งมีชีวิต" บางประเภทด้วยก็เป็นได้

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็น่าจะติตต่อทำการค้ากับโลกเราเสียเลยสิ บางท่านอาจคิดแบบนี้ ก็ไม่รู้เค้าล่ะครับ เค้าคงชอบแอบมาเงียบๆแบบไม่ให้รู้ตัวกระมัง หรือไม่ก็เห็นโลกเป็นจุดแวะระหว่างทาง แอบมาเติมพลังงาน เติมเชื้อเพลิง เติมเสบียง ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังแกแล็คซี่อื่นก็ได้

มาเพื่อเตือนมนุษย์โลก
ในบรรดาผู้มีประสบการณ์ในการติดต่อกับ UFOs เป็นจำนวนมาก ในที่นี้จะรวมทั้งผู้ถูกลักพาและผู้สามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้ (โดยอ้างว่าติดต่อทางโทรจิต -Sonic) ล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า มนุษย์ต่างดาวที่ตนได้ติดต่อด้วย มาเพื่อเตือนมนุษย์ชาวโลกไม่ให้เดินทางผิด และทำลายโลกทั้งใบด้วยน้ำมือของมนุษย์
ก็น่าคิดอยู่เหมือนกันนะครับ วิทยาการในปัจจุบัน แม้จะเจริญก้าวหน้า นำความสะดวกสบายมาให้มนุษย์แบบก้าวกระโดดก็จริง คิดอีกแง่หนึ่ง มันก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน ถ้าใช้ไม่ดี ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นหรอกที่จะเจ็บหนัก สิ่งมีชีวิตอื่นๆก็จะพลอยรับกรรมไปด้วย ดังจะเห็นได้จากปัญหามลพิษเอย สารตกค้างเอย ความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมทำเอาสัตว์สูญพันธ์ไปอย่างถาวรนับร้อยนับพันธ์สปี ชี่ส์ ร่างกายมนุษย์เองก็เริ่มพิกลพิการ หรือเติบโตแบบผิดธรรมชาติ อันเนื่องมาจากผลกระทบทางวิทยาการ โรคภัยใหม่ๆเกิดขึ้นทุกวันจนนับกันแทบไม่ไหว

นั่นเป็นผลกระทบทางกายภาพเท่านั้นครับ ผลทางด้านจิตใจอัน เกิดจากสังคมมนุษย์เรายังไม่ได้พูดถึงเลย และผมก็คงละไว้ในฐานที่เข้าใจกันนะครับ ว่ามนุษย์เรานับวันมีแต่จะหย่อนด้านศีลธรรม วิปริตวิปลาศมากขึ้นทุกวันๆ นี่แหละครับ ผลจากการยึดติดกับอารยธรรมด้านวัตถุเพียงถ่ายเดียว

นักวิทยาศาสตร์บางท่านแนะว่า สาเหตุที่มนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกเรา น่าจะมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพลังงานใหม่ พลังงานอันน่ากลัวที่เราเพิ่งค้นพบกันในสมัยศตวรรษที่20 พลังงานนิวเคลียร์ไง ครับ ข้อสังเกตุบางประการของนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้คือ รายงานการพบ UFOs มีถี่ขึ้นเป็นพิเศษ หลังช่วงปี 1950 เป็นต้นมา สัมพันธ์กันพอดีกับการทดลองระเปิดปรมาณูลูกแรกในช่วงกลางปี 1945 ข้อเท็จจริงอีกข้อที่ปฏิเสธไม่ได้คือ UFOs จะถูกพบเห็นบ่อยมากในแถบที่มีการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ มีเตาปฏิกรณ์ปรมาณู หรือ สถานีปล่อยยานอวกาศ ( ทั่วโลกเลยครับ ไม่ใช่แค่อเมริกา ) บางท่านคงเคยได้ยินหรืออ่านข่าวกรณี UFOs ตกที่รอสเวล(Roswell) แล้วทราบกันบ้างไหมครับ ว่ารอสเวลคือฐานทัพแห่งแรกที่เป็นที่ตั้งของเครื่องบินทิ้งระเบิดปรมาณู

มาเพื่อทดลองถ่ายเทพันธุกรรม(Genetic Manipulation)
เหตุผลนี้นักลึกลับศาสตร์ทั้งหลายชอบกันนักล่ะครับ รวมไปถึงผู้สร้างภาพยนตร์หลายรายก็นิยมกันไม่น้อย ใช่แล้วครับ มนุษย์ต่างดาวบางกลุ่ม กำลังใช้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลก ทำการทดลองบางอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับพันธุวิศวกรรมศาสตร์ ปรากฏการณ์ Cattle mutilation ยืนยันถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

พยานหลายปากที่ถูกลักพาตัวไปโดยมนุษย์ต่างดาว ( หาอ่านได้จากหนังสือทั่วไปนะครับ เยอะแยะไปหมด ) ล้วนให้ปากคำตรงกันว่า พวกเขาถูกนำไปทดลองอะไรบางอย่าง มีการดูดเอาของเหลวออกจากร่างกาย บางรายโดนเก็บตัวอย่างน้ำเชื้อ หรือ รังไข่ไปด้วย มองในแง่หนึ่ง อารยธรรมหรือสายชีวิตของมนุษย์ต่างดาวพวกนี้พังทลายไปหมดแล้ว พวกเขาต้องการ"อะไร"บางอย่างมาเชื่อมต่อห่วงโซ่ที่ขาดหาย และสร้างสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา หรือบางทีพวกเขาต้องการปรับตัวของพวกเขาเองให้อาศัยอยู่บนโลกได้ โดยอาศัยยีนส์และ DNA จากสิ่งมีชีวิตบนโลก อ้าว… เป็นไปได้เหมือนกันนะครับ มาจากดาวคนละดวงกันนี่นา ชั้นบรรยากาศ สภาพแวดล้อม หรือแม้แต่เชื้อโรคอาจต่างกันแบบสุดขั้วก็ได้

เอ…ว่าแต่ถ้าพวกเขาต้องการมาอาศัยบนโลกจริงอย่างที่ทฤษฎีนี้กล่าวไว้ พวกเขาจะมาในฐานะอะไรล่ะ ผู้มาอาศัย หรือ ผู้ปกครองคนใหม่ น่าคิดนะครับ

มาเพื่อรุกราน
เหตุผลที่ผมจัดมันไว้อันดับสุดท้ายก็เนื่องมาจากมันไม่เข้าท่า แถมน่ากลัวเอาเหมือนกัน ลองนึกถึงภาพยนตร์บางเรื่องสิครับ Invader From Mars หรือ ID 4 ก็ได้ แต่ฉากจบคงไม่แฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในหนังหรอก มนุษย์จะเอาอะไรไปชนะเทคโนโลยีของสิ่งมีชีวิตจากต่างพิภพได้ล่ะ เชื่อว่าถ้าสงครามระหว่างมนุษย์โลกกับต่างดาวเกิดขึ้นจริงๆ เราแทบไม่ต้องคาดเดาผลของสงครามเลย ผมก็รู้ คุณก็รู้ ใครๆก็รู้ ภาวนาอย่างเดียวคือ ขออย่าให้มันเกิดขึ้นเลย

นักเขียนบางคนได้จับเอาประเด็นของการยักย้ายพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นั่นก็คือ มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ ได้จับตามองจ้องจะยึดโลกมานานแล้ว ที่พวกเขารออยู่ ก็คือรอการปรับพันธุกรรมของพวกเขาเอง ให้แน่ใจว่าสามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกได้เสียก่อน แล้วค่อยลงมือยึดครอง

ฟังดูแล้วน่ากลัวแฮะ รู้สึกเหมือนตกไปอยู่ในยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกยังไงยังงั้นเลย ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง เราชาวโลกก็พูดอะไรไม่ออกล่ะครับ ประเทศอาณานิคมจะมีสิทธิพูดอะไรได้ฤา?

พวก"เขา"มาที่โลกด้วยวิธีไหนกัน?
คราวนี้ก็มาถึงปัญหาที่หาทฤษฎีมาตอบยากกว่าที่ผ่านมาเสียอีก นั่นคือ UFOs มายังโลกเราด้วยวิธีการอย่างไร อย่านะคร๊าบ อย่าเพิ่งมองข้ามความสำคัญของมัน ท่านสังเกตกันไหมครับว่า มีข่าวคราวการพบ UFOs แทบจะทุกวี่วันและแทบจะทุกมุมโลก ลงมากันถี่ขนาดนี้มันก็น่าสนใจไม่หยอกแหละครับ ว่าพวกเขาเดินทางมายังโลกนี้กันด้วยวิธีไหน ทำไมช่างมาง่ายไปง่ายสะดวกสบายเหลือเกิน

ลงเทียวไปเทียวมากันบ่อยๆแบบนี้ก็สรุปได้สองทางล่ะครับ หนึ่งคือ เทคโนโลยีของ UFOs กับเหล่านักบิน ต้องสูงส่งจนเราคาดไม่ถึง อาจจะถึงขั้นเร็วกว่าแสง รวมทั้งเดินทางผ่านเวลาและอวกาศได้ด้วยซ้ำ ส่วนสองนั้น พวกเขาอาจจะอยู่ใกล้โลกเรามากกว่าที่คิด ใกล้มากจนนึกไม่ถึง ในที่นี้ผมจะชี้แจงบางประเด็นที่พอจะขยายสมมุติฐานทั้งสองข้อนี้ อย่างสั้นๆนะครับ

[1] พวกเขาอยู่ใกล้โลกของเรามาก เช่นในระบบสุริยะเอง
เป็นไปได้สามกรณีครับ สำหรับแหล่งพำนักของมนุษย์ต่างดาวพวกนี้ กรณีแรกก็คือ พวกเขาอยู่ในระบบสุริยะของเรานี่เอง อาจจะอยู่ในดาวเคราะห์ดวงใดดวงหนึ่งในระบบสุริยะ แล้วมีระบบอำพรางตนที่ทำให้อุปกรณ์ของยานสำรวจตรวจหาไม่เจอ ยังจำกันได้ไหมครับ เมื่อนานมาแล้ว นักวิทยาศาสตร์เคยบอกกับเราว่า นอกจากโลกแล้ว ไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดจะเติบโตได้บนดาวดวงอื่น ข้อกล่าวนี้ รวมทั้งดาวใน และ นอกระบบสุริยะออกไป เหลวไหลครับ ผมคนนึงแหละที่ไม่เชื่อ

จนกระทั่งปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มยอมรับอย่างอ้อมแอ้มแล้วว่า อาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวดวงอื่นก็ได้ เพราะหลักฐานหลายชิ้น เช่น จุลชีพที่ติดมากับอุกาบาตหลายๆลูก บางลูกมาจากดาวอังคารก็มี เอาล่ะครับ ในเมื่อสิ่งมีชีวิตประเภทจุลชีพอยู่ สิ่งมีชีวิตซับซ้อนประเภทมนุษย์ล่ะ จะมีอยู่ด้วยหรือไม่? อย่าลืมนะครับว่าดาวเคราะห์ทั้งหลายในระบบสุริยะ เราก็ยังสำรวจไม่ทั่วถึงสักหน่อย

[2] อยู่ในมิติที่ซ้อนกับโลกของเรา
ใช่แล้วครับ อย่างน้อยสาวกผู้เลื่อมใสในตัวนายJacque Vallee ก็ เชื่อแบบนี้ ผมยังทราบรายละเอียดเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ไม่มากนัก แต่ตีความเอาว่า คงคล้ายกับเรื่องวิญญาณกระมัง ขอเวลารวบรวมข้อมูลสักนิดก่อน แล้วจะเอามาขยายความให้ฟังกันนะครับ หรือท่านใดที่ทราบจะแจ้งด้วยก็ดี จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

[3] อยู่บนโลกของเรานี่แหละ อยู่มานานแล้วด้วย
เคยได้ยินเรื่องราวของทวีปแอตแลนติส เลมูเรีย หรือ อาร์กาต้าไหมครับ นครใต้สมุทร ใต้พิภพ ซึ่งเชื่อกันว่าล่มสลายไปแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่า ทวีปทั้งหลายเหล่านี้ ยังคงมีอยู่มาจนถึงปัจจุบัน เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ตั้งไปอยู่ใต้โลกหรือใต้มหาสมุทร ส่วน UFOs ก็คือยานพาหนะที่พวกเขาใช้กันในปัจจุบัน นานๆทีก็อาจมาดักจับเอาเรือ เครื่องบิน ตลอดจนมนุษย์โลก เพื่อนำไปศึกษาความก้าวหน้าทางวิทยาการ
ทั้งสามประเด็นที่ว่ามาก็น่าเชื่อถืออยู่หรอกครับ ปัญหามันมีอยู่เพียงว่า จากปากคำของพยานผู้เคยพบเห็นและถูกลักพาตัว ผู้มากับ UFOs มีกันหลายเผ่าพันธ์เหลือเกิน ถ้าพวกเขาอยู่กันบนโลกหรือใกล้โลกหมดจริงๆก็ฮาน่ะซีครับ แย่งที่กันอยู่แย่เลย

UFOs กับการเดินทางที่ไวกว่าแสง!!!
หากดูถึงความเป็นไปได้ในกรณีที่เหลือ กล่าวคือ มนุษย์ต่างดาวและ UFOs มาจากดาวดวงอื่นที่ห่างไกลระบบสุริยะออกไป แสดงว่าพวกเขาต้องมีพาหนะที่เร็วเอามากๆ อย่างน้อยๆก็เทียบเท่าหรือเร็วกว่าแสงแหละครับ ท่านที่ชอบดูนิยายวิทยาศาสตร์คงซึมทราบกันดี เพราะมีกล่าวถึงกันมากมายเหลือเกิน สำหรับการเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสงเนี่ย ทั้ง แบล็คโฮลเอย วอร์มโฮลเลย คลื่นแรงโน้มถ่วงเอย สารพัดวิธีที่จะเดินทางกันไปได้ แต่ก็เป็นเพียงทฤษฎีที่"น่าจะ"เป็นไปได้เท่านั้นครับ นักวิทยาศาสตร์กำลังคร่ำเคร่งศึกษากันอยู่ คาดว่าน่าจะได้เรื่องกันในเร็วๆนี้ ไม่ 10 ก็ 20 ไม่ 40 ก็ ร้อยปีที่กำลังจะมาถึงนี่แหละครับ (สรุปว่าจะได้เรื่องไหมฟะชาตินี้)

รัฐบาลทั่วโลก ปิดอะไรเราอยู่หรือเปล่า?

หลายๆคนเชื่อกันว่า รัฐบาลของมหาอำนาจใหญ่ๆ ต่างรู้เห็นเป็นใจในเรื่องของ UFOs อยู่เต็มอก เพียงแต่เก็บงำข้อมูลเอาไว้ ไม่ยอมชี้แจงแถลงไขให้สาธารณชนรับรู้ ทำไมน่ะหรือครับ? แม้แต่ในเมืองไทยเองก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เยอะแยะไปที่ศึกษาเรื่องนี้อยู่ แต่ก็ไม่ยักเห็นมีใครตีพิมพ์การวิจัย หรือประกาศเรื่องราวอย่างเป็นกิจลักษณะให้สาธารณะชนได้เข้าใจเรื่องราวเหล่า นี้มากขึ้น ทำไมหนอ? ก็ไม่ทราบกับเขาเหมือนกัน ได้แต่เดา (รู้สึกว่ามีแต่เดาจริงๆนะพ่อคุณ วันนี้น่ะ) เอาว่า คงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลายๆข้อต่อไปนี้

[1] เหตุผลทางเทคโนโลยีและความมั่นคง
ใครก็ตามที่ได้ชื่อว่า กำความลับทางวิทยาการของมนุษย์ต่างดาวเอาไว้ในมือ ก็เชื่อขนมกินได้เลยครับว่า วิทยาการต่างๆโดยเฉพาะด้านการทหาร ต้องก้าวไปไกลแบบก้าวกระโดดเป็นแน่แท้ อาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆที่เป็นผลพลอยได้จากการศึกษานี่แหละ จะเป็นเครื่องต่อรอง(รวมถึงเอาไว้ใช้ข่ม)กับนานาชาติ ดีไม่ดีถ้าเศรษฐกิจเกิดช็อตขึ้นมาแบบเมืองไทยใน พ.ศ.นี้ ก็ยังเอาเทคโนโลยีเหล่านี้ไปขายนิดๆหน่อยๆนำกำไรเข้าประเทศได้ แต่เหตุผลหลักๆผมว่าน่าจะเป็นสาเหตุทางการทหารมากกว่าครับ ครองโลกได้เลยแหละ

[2] รัฐบาลยังไม่ชัวร์เรื่องข้อมูล คือไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด ก็เลยเก็บไว้ศึกษารายละเอียดให้ถ่องแท้เสียก่อน จึงจะนำมาแถลงการต่อหน้าประชาชนผู้เสียภาษี

[3] ปิดเอาไว้ก่อน ของเค้ามันแรง... เป็นเหตุผลด้านความมั่นคงครับ กลับไปอ่านทบทวนในหัวข้อก่อนๆ เกี่ยวกับการรุกรานและการยึดครอง บางทีรัฐบาลและผู้นำโลกอาจไม่แน่ใจว่า พวกเขาจะรับมือกับผู้รุกรานได้ด้วยกำลังทหารและเทคโนโลยีที่มีอยู่ใน ปัจจุบัน ก็เลยทำเรื่องให้เงียบๆและเหลวไหลไว้ กันความตื่นตระหนกของมหาชน อย่างน้อยนะครับ ถ้ามนุษย์ต่างดาวมีจริง และมาอย่างเป็นมิตร รัฐบาลก็ไม่น่าจะอุบอะไรเอาไว้เลยนี่นา

[4] รัฐบาลไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลย ง่ายที่สุด สำหรับคำตอบนี้ "ก็ตูไม่รู้เรื่องนี่หว่า แล้วจะให้เอากระบวยที่ไหนมาแถลงฟะ?" อืมห์ เหตุผลรับฟังได้ จริงไหมครับท่านผู้อ่าน

ทั้งหมดทั้งเพที่ว่ามา ก็คือข้อเท็จจริง รวมถึงทฤษฎีเบื้องต้นบางประการเกี่ยวกับ UFOs คาดว่าน่าจะให้ประโยชน์สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นสนใจ เรื่องราวของผู้มาจากอารยธรรมอันสูงส่งนอกพิภพบ้างตามสมควร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

นั่งสมาธิแล้วชา นั่งสมาธิแล้วชา

ถาม  นั่งสมาธิแล้วชา ตอบ  อันนี้เป็นเรื่องของธรรมดาของกาย ที่นั่งนานๆ ย่อมเกิดความมึนชาขึ้นมา ถ้ารู้สึกเจ็บปวด หรือชาขึ้นมาแล้ว เราหยุดเปลี...