วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ปราวตี” ความรักของเจ้าช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน

“ปราวตี” ความรักของเจ้าช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน

ที่หน้าบันหนึ่งของปราสาทพระปิตุ ปราสาทหินที่สร้างขึ้นในยุคสมัยการฟื้นฟูลัทธิเทวราชาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ซึ่งปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ห้องเขมร พิพิธภัณฑ์กีเมต์ (Guimet) กรุงปารีส ภาพสลักบนศิลาทรายนั้นได้บอกเล่าเรื่องราวอันสุดประทับใจใน “ความรัก” อันยิ่งใหญ่ของพระศิวะและพระนางปารวตีเอาไว้ ครับ
.
.
เรื่องราวนั้น อาจเล่าขานได้ว่า
.
....เมื่อพระศิวะได้ทราบความแล้วว่า “นางสตี” อันเป็นความรักครั้งแรกขององค์มหาเทพ ได้กระโจนเข้าสู่กองเพลิงจนสิ้นชีวิตในพิธีกรรมบูชาไฟของท้าวทักษะ เพียงเพื่อมิให้ผู้เป็นพระบิดามาดูถูกองค์พระศิวะ ผู้เป็นดวงใจของนาง
..
..
ทรงรำพันขึ้นในท่ามกลางน้ำตาที่ไหลนองพระพักตร์  "...กาลนับจากนี้ไป ข้าจะเข้าสู่ความระทมทุกข์แลเศร้าหมองไปตลอดกาล ด้วยเพราะ "ความรัก" ของข้านั้นสูญสลายไปพร้อมกับนางอันเป็นที่รักของข้า "สตี" นางผู้พลีกายบูชาความรักแห่งข้า จักรวาลนี้จะไร้ซึ่งความรักแล้ว โลกจงดิ่งจมลงไปสู่ทะเลแห่งระทมไปตราบนานเท่านานเถิด....”
...
ถึงแม่ว่า ดวงวิญญาณแห่งความภักดีของนางสตี จะไปบังเกิดเป็น “นางปารวตี – พระนางอุมา” พระธิดาแห่งท้าวหิมวัตและนางเมนกา แต่กระนั้น ในใจของมหาเทพกลับไม่ได้ใยดีกับชาติภพใหม่ของนางสตีนี้เลย
.
.
ทรงบริภาษแก่ปารวตี เมื่อแรกพบ  “....ธิดาแห่งหิมวัต... เจ้าเป็นใคร ทำไมเข้าช่างละหม้ายคล้ายกับนางสตีของเรายิ่งนัก แต่อย่างไรก็ตาม "ความรัก" ของข้านั้นยังคงมั่นคง ยั่งยืนต่อนางสตีผู้เป็นประดุจดวงใจแห่งข้า เจ้าปราวตีเอ๋ย เจ้าช่างน่าไม่อาย ที่เอ่ยอ้างว่าเจ้านั้นคือนางสตีเมื่อภพชาติที่แล้ว....”.
.
“....ก็เมื่อความรักของข้ายังมิเคยจาง นางจะกลับมาเกิดเป็นเจ้าได้อย่างไร เจ้านี่ช่างน่าขยะแขยงยิ่งนัก ไสหัวไปจากข้า ไปให้ไกล เจ้าไม่ใช่นางสตี และ.....ข้าจะไม่มีวันรักเจ้า...."
.
..."ข้าจะไม่มีวันรักเจ้า"
.
..."ข้าจะไม่มีวันรักเจ้า"
..
หลายเรื่องราวแห่งความโศกเศร้าได้ผ่านไป จนเมื่อถึงเวลาที่พระกามเทพ ผู้ได้รับบัญชาจากเทวสภา ให้เข้ามาแก้ไขปัญหา แต่ก็โดนเพลิงพิโรธจากพระเนตรที่สามบนพระนลาฏ เผาทำลายจนร่างแห่งเทวะหายสิ้นไปจากจักรวาล
.
..
นางรตี มเหสีแห่งพระกามเทพ กล่าวเตือนสติแก่พระศิวะ
.
"....โอม ท่านมหาเทพศิวะเจ้า แห่งไฉนความรักของท่านจึงต้องยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด จนไม่เคยมองเห็นว่า "ความรัก" นั้น มิได้เป็นของใครทั้งนั้น ความรักเป็นของโลกเป็นของทุกคน เฉกเช่นที่สามีของข้า กามเทพ ได้มอบ "ความรัก" อันหวานชื่นดังบุปผา น้ำผึ้งและอ้อยหวานให้กับมวลสัตว์โลก แต่ด้วยเพียงเพราะท่าน ที่มองความรักเป็นเพียงโมหะและโทสะและความเห็นแก่ตัว จนเห็นความรักของทุกสรรพสิ่งนั้นด้อยค่า....
...
....ความรักของท่านอาจสิ้นสูญ ทุกข์ระทม แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าท่านจะมีสิทธิ์ไปทำลาย "ความรัก" ของทุกสรรพสัตว์ ด้วยไร้สติแห่งผู้เป็นใหญ่แห่งจักรวาล จนได้ทำลายกามเทพผู้อุ้มสมในความรักแห่งโลก และผู้เป็น “ความรัก” ของข้า จนหายสาบสูญไป ด้วยดวงตาแห่งรุทรภาคอันขลาดเขลา
.
....ศิวะเจ้า ข้าขอวอน จงคืนกลับสู่ความเข้าใจใน "ความรัก" เสียเถิด และรีบแก้ไขก่อนที่โลกจะสูญสลายไป ด้วยเพราะไร้ซึ่ง "ความรัก" ไปตลอดกาล ..."
.
...
“สติ” แห่งองค์มหาเทพ จึงได้คืนกลับมาอย่างมั่นคง
.
"...โอ้ ข้าได้ทำสิ่งเลวร้ายอะไรไปนี่ เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวใน "ความรัก" ของข้านี่เองหรือ โอ้..."
...
....
..
*** ณ มหาอาศรมในดินแดนอันไกลโพ้น ที่ซึ่งเหล่านักบวชชายหญิงได้มารวมตัวกันเพื่อบำเพ็ญตบะ บูชาพระศิวะมหาเทพด้วยความรักและศรัทธา
...
พราหมณ์โยคาจารย์รูปงามผู้หนึ่ง ได้เวียนเข้ามาเกี้ยวพาราสีนางปราวตี อดีตชาติของนางสตี ผู้ยังคงเทิดทูนบูชาพระศิวะด้วยความรักอันระทมอยู่เป็นนิจ
..
"... นางปารวตีเอ๋ย เจ้าผู้งามเพียบพร้อม ใยเจ้ายังอาลัยอาวรณ์ในรักถึงองค์พระศิวะเจ้า ผู้ไม่เคยสนใจเจ้า ไม่เคยคิดถึงเจ้า ไม่เคยกล่าวถึงเจ้า ทั้งยังเกลียดชังเจ้า ไฉนเจ้ายังคงครองรักไว้ในหัวใจ ในเมื่อแดนมหาอาศรมนี้ เจ้าก็ยังมีข้า คนที่หลงรักเจ้ามาโดยตลอด เฝ้าดูแลทะนุถนอมเจ้า ไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว..."
.
"... พี่พราหมณ์จ๋า ข้าปารวตีนั้น กำเนิดขึ้นมาจากอดีตชาติแห่ง "ความรัก" จึงนำพาให้ข้านั้นยังคงรักและเทิดทูนองค์พระศิวะเจ้า ไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนแปรผันไป ถึงพระองค์จะไม่รักข้า เกลียดชังข้า หรือแม้จะดูถูกเหยียดหยาม ขับไล่ไสส่งข้า
.
แต่ความรักของข้านั้น ก็ยังคงมอบถวายแด่องค์พระศิวะไปตลอดกาล ...."ข้ารักพระศิวะ..."
...
..
"...โอ้แม่ปารวตี เจ้านี่ช่างโง่เขลานัก ในยามนี้โลกกำลังวุ่นวาย วายร้าย “มหาตารกะอสุรา” ออกทำลายล้างไปทั่วสามโลก มหาเทพผู้ประสาทพรอันโง่เขลาก็ไร้ซึ่งพลานุภาพ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายดั่งคนบ้า ปล่อยให้เหล่าเทพเจ้าต้องต่อสู้กันตามมีตามเกิด โลกก็กำลังพินาศ ผู้คนล้มตายมากมาย คนเห็นแก่ตัวในความรักเช่นนี้ เจ้ายังคง “รัก” ได้ลงอีกเชียวหรือ..."
.
"...พี่พราหมณ์ อาจเป็นเพราะข้าเองที่หุนหันพลันแล่น ไม่ได้คิดให้ดีในชาติภพที่แล้ว บาปกรรมทั้งหลายอันเกิดจากตารกะอสูรนั้น มิได้เกี่ยวข้องกับองค์มหาเทพเลย มันเป็นความผิดของข้า ข้าได้ทำลายความรักของพระองค์ เพียงด้วยเพราะความเห็นแก่ตัวใน "ความรัก" ของนางสตีที่มีต่อพระองค์ ความผิดทั้งหลายนั้น จึงไม่ใช่เป็นของพระศิวะ แต่เป็นเพราะข้า ...พระองค์คือทุกสิ่งของข้า ความรักของข้า จะมอบถวายแด่องค์พระศิวะไปตลอดกาล ...."ข้ารักพระศิวะ"..."
..
.
"... เจ้านี่ ช่างไร้สติเสียกระไร ศิวะมันเป็นใคร ไฉนเจ้าจึงรับความผิดบาปทั้งมวลของเขามาไว้ที่เจ้า อีกร้อยพันชาติ เจ้าจะระทมทุกข์อย่างแสนสาหัญ อีกหมื่นแสนชาติ เจ้าจะถูกเผาไหม้ในนรกภูมิ วิญญาณของเจ้าจะมอดไหม้ไม่จบสิ้นไปตราบนานชั่วกาลแห่งจักรวาล เพียงเพราะเจ้ายังคงมี "ความรัก" ให้กับมหาเทพผู้ไร้ซึ่งความเมตตา ไร้ซึ่งความรักและกำลังวิปลาสบ้าคลั่งในความสูญเสียความรักของตน ... ทำอย่างกับว่าตนนั้นมีความรักเพียงผู้เดียว..."
...
"... พี่พราหมณ์ อย่าได้กล่าวดูถูกดูแคลนมหาเทพเลย ถึงความระทมทุกข์ของโลกทั้งหลายจะมาลงโทษที่ข้า จนวิญญาณของข้านั้นดับสูญไปตลอดกาล ขอเพียงแต่ให้ "ความรัก" ของข้าที่มีอยู่นั้น ได้เข้าไปอยู่ในหัวใจขององค์มหาเทพแม้เพียงเสี้ยวนิด หากทุกอย่างจะดับสลาย ข้าก็ยินดี เพราะความรักของข้านั้น มอบถวายแด่องค์พระศิวะไปแล้วตลอดกาล "ข้ารักพระศิวะ"
...
..
".... เหนื่อยใจอะ เจ้าปารวตีเอ๋ย... ข้านี้ก็เพียรมาหาเจ้า มารักเจ้า มาดูแลเจ้าก็นานแล้ว แต่เจ้ากลับไม่มีหัวใจให้แก่ข้าผู้เป็นพราหมณ์รูปงามแห่งมหาอาศรมเหมือนกับนางอื่น ๆ เจ้ายังคงหลงใหลมหาเทพตัวเน่าเหม็น ผมเผ้ารุงรังสกปรก สังวาลเป็นงูรัดน่ารังเกียจ อาภรณ์นั้นก็สาปเน่าด้วยหนังสัตว์เสือ ทั้งยังวิปลาส โง่เขลาไม่เหมาะที่จะเป็นมหาเทพ ในวันนี้ ไม่มีอะไรที่น่าเทิดทูนเหลือไว้ให้มวลมนุษย์ศรัทธาอีกเลย ทิ้งทั้งโลก ทำลายทั้งจักรวาล ไปพร่ำเพ้อถึงแต่ความรักของตนเอง น่าขยะแขยงยิ่งนัก มหาเทพผู้ครองสามภพองค์นี้
....
"...พี่พรหมณ์จ๋า ให้คำว่าร้ายของพี่พราหมณ์นั้นมากระหน่ำแก่ข้าเถิด พระองค์เป็นมากยิ่งกว่าที่พี่พราหมณ์ได้เอ่ยไว้ พี่พราหมณ์ไม่เคยเห็นหรอก แต่ข้าเคยได้เห็นนะ ข้าเคยสัมผัสในรักที่อบอุ่นของพระองค์เมื่อชาติภพที่แล้ว .....พี่ไม่เห็น ...พี่ก็จะไม่เข้าใจหรอก พระองค์เป็นมหาเทพแห่งสามโลกที่แท้จริง ในวันนี้อาจขาดเพียงแต่ "ความรัก" อันงดงามที่จะกลับไปเยียวยาความระทมในจิตใจของพระองค์
...
.......แต่หากในวันใดวันหนึ่ง เมื่อพระองค์ได้กลับมาพบเจอกับ "ความรัก" ที่สูญหายไปอีกครา โลกก็จะกลับสู่สันติแลสงบสุข ข้าตั้งหวังเพียงว่า จะได้เห็น "ความรัก" ของพระองค์ที่คืนกลับมา ด้วยปิติแห่งหัวใจรัก ในที่แห่งใดก็ได้ไปตราบนานแสนนาน เพราะความรักของข้านั้น มอบถวายแด่องค์พระศิวะไปแล้วตลอดกาล ..."ข้ารักพระศิวะ"
..
... พี่พรหมณ์จ๋า ....ในหัวใจของข้ามีแต่พระศิวะมหาเทพ ข้ารักพระองค์ ข้ารักพระศิวะ ข้ารักพระศิวะ และจะรักไปจนสิ้นทิวาราตรี ไปจนสิ้นใจและกายอันเจ็บปวด ...แสนทรมาน นี้
...
ข้าก็จะยังคงรักพระศิวะ...ตลอดไป
..
..
พราหมณ์หนุ่มนั้น กลับน้ำตาซึมไหลออกมาให้เห็นอย่างน่าฉงน ก้มหน้าหยุดนิ่ง ไม่ใช่เพราะคำสะบัดรัก ตัดเยื่อใย.....ของนางปารวตี
.
..
.
"....ข้าก็รักเจ้า ...ข้ารักเจ้า....ข้ารักเจ้าเหลือเกินปารวตี ข้าจะรักและทะนุถนอมเจ้าไปตราบกาลจักรวาลสิ้นสลาย ความรักของเจ้าที่มีต่อข้านั้นช่างสวยงาม บริสุทธิ์และยิ่งใหญ่นัก
.
....ความรักของเจ้าทำให้ข้าเรียนรู้ว่า หัวใจข้านั้นไม่ได้เข้าใจในความหมายของ "ความรัก" เลยแม้แต่น้อย จริตแห่งความยิ่งใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้ข้ามอบ "ความรัก" ที่แท้จริงให้แก่โลกและสรรพสัตว์เลยแม้แต่น้อย
.
....ความรักที่เสียสละของเจ้าต่างหากปารวตี คือ "ความรัก" ที่ทรงอานุภาพ ความรักของเจ้า.....ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน
.
“....ข้ารักเจ้า และจะรักไปตลอดกาลเช่นเดียวกับที่เจ้ามอบความรักแก่ข้า เป็นนิรันดร..."
.
..
*** "ศิวะมหาเทพ" ผู้อวตารลงเป็นพรามหณ์หนุ่มรูปงาม เพื่อออกมาตามหา "ความรัก" ที่หายไป ณ มหาอาศรมแห่งนี้ ตรัสตอบกลับด้วยพระสุรเสียงที่สั่นเครือเพราะเข้าใจในความรักอย่างแท้จริงจริงแล้ว
.
.
ภาพสลักที่หน้าบันแผ่นนี้ กำลังรำพันเรื่องราวแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งโลกนี้ไว้ ครับ
.
.
.
***.เมื่อรู้ว่าเป็นใครมาลองใจ นางปารวตีก้มลงกราบที่พระบาทและคว้าพระหัตถ์อันแสนอบอุ่นที่หายไปในชาติปางก่อนนั้น มาแอบอิงไว้ที่พระปรางอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง
.
ข้ารักพระองค์ พระศิวะ
ข้าก็แสนรักเจ้า ปารวตี
.
.

*** ดัดแปลงสำนวนจากวรรณกรรมสันสกฤต เรื่อง "กุมารสัมภวะ" ของกาลิทาส ที่เขียนขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 10 ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

นั่งสมาธิแล้วชา นั่งสมาธิแล้วชา

ถาม  นั่งสมาธิแล้วชา ตอบ  อันนี้เป็นเรื่องของธรรมดาของกาย ที่นั่งนานๆ ย่อมเกิดความมึนชาขึ้นมา ถ้ารู้สึกเจ็บปวด หรือชาขึ้นมาแล้ว เราหยุดเปลี...