(Energy Metabolism)
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายไม่ว่าพืชหรือสัตว์จะต้องกินอาหาร แล้วเปลี่ยนแปลงอาหารนั้นไปใช้ในการดำรงชีวิตทั้งด้านการเจริญเติบโตและก่อให้เกิดพลังงาน พืชนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงความร้อนและแสงสว่างจากดวงอาทิตย์มาไว้ในรูปของพลังงานศักย์ (Potential Chemical Energy) ด้วยวิธีการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) แล้วสัตว์นำกลับไปใช้เป็นความร้อนและพลังงานด้วยวิธีการเมตาโบลิซึม (Metabolism) พืชนั้นสามารถสะสมพลังงานไว้ได้มากในรูปของคาร์โบไฮเดรต ส่วนสัตว์สามารถสะสมพลังงานไว้ได้มากในรูปของไขมัน
การเปลี่ยนแปลงอาหารที่กินเข้าไปให้เป็นสิ่งใหม่ที่มีรูปต่างไปจากเดิมหลังจากดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว ยังให้ความร้อนและพลังงานแก่ร่างกายด้วย เรียกว่า เมตาโบลิซึมของพลังงาน (#Energy #Metabolism)
เมตาโบลิซึม (Metabolism) หมายถึงการ
#เปลี่ยนแปลงทางเคมี #และฟิสิกส์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับสารอาหารภายในเซลล์และเนื้อเยื่ออวัยวะของร่างกายสิ่งมีชีวิต
กระบวนการเมตาโบลิซึม เริ่มต้นกันอย่างจริงจังตั้งแต่สารอาหารถูกดูดซึมจากทางเดินอาหารเข้าสู่ร่างกาย แล้วเกิดปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนแปลงสารเหล่านั้นไปใช้ในการเจริญเติบโตของร่างกาย และซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อที่ชำรุดทางหนึ่ง อีกทางหนึ่งก่อให้เกิดพลังงานในการทำงาน และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย นอกจากนี้ยังนำสารเคมีหรือสารอาหารนั้นๆ ไปใช้ในการควบคุมขบวนการเปลี่ยนแปลง และควบคุมการทำงานของเซลล์และอวัยวะต่างๆ รวมทั้งการขับสารที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงแต่ร่างกายใช้ประโยชน์ไม่ได้ออกจากร่างกายด้วย
กระบวนการเมตาโบลิซึม มี 2 ลักษณะ คือ
1. #กระบวนการสร้าง (Anabolism) คือ การนำเอาสารอาหารซึ่งเป็นสารต้นมีอณูเล็กมาสร้างหรือสังเคราะห์เข้าด้วยกันให้เป็นสารเคมีชนิดใหม่ที่มีอณูใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เช่น เอากรดอะมิโนมาสร้างเป็นโปรตีน เอากลูโคสมาสร้างเป็นไกลโคเจน เป็นต้น กระบวนการนี้ต้องอาศัยพลังงานที่ได้จากการสลายสารอาหารด้วยเสมอ กระบวนการสร้างนี้จึงอาจเรียกเป็นศัพท์เทคนิคได้ว่า กระบวนการสังเคราะห์
ผลิตผลที่ได้จากกระบวนการสร้าง นำไปใช้ในการเสริมสร้างความเจริญเติบโตของเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ และซ่อมแซมอวัยวะส่วนที่สึกหรอให้กลับสู่สภาพดีดังเดิม หรือเพื่อเป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายจะได้นำไปใช้เมื่อคราวที่ขาดแคลน
2. #กระบวนการสลาย (Catabolism) คือ การทำให้สารอาหารซึ่งเป็นสารต้นมีอณูใหญ่สลายให้กลายเป็นสารเคมีชนิดใหม่ที่มีอณูเล็ก เช่น กลูโคสสลายจะให้คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ น้ำ และพลังงาน หรือการสลายตัวของกรดอะมิโนให้คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ น้ำ และสารประกอบ พวกไนโตรเจน เช่นแอมโมเนีย ยูเรีย ซึ่งสารเคมีต่างๆ ที่เกิดจากการสลายนี้หากไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือร่างกายไม่ได้นำไปใช้ก็จะถูกกำจัดหรือขับถ่ายออกจากร่างกายโดยทางใดทางหนึ่ง เช่นทางลมหายใจ เหงี่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ
ผลสำคัญที่ได้จากการสลายคือพลังงาน พลังงานที่ได้มี 2 สภาพ คือ
(1) พลังงานที่เป็นความร้อน ซึ่งทำให้ร่างกายเกิดความอบอุ่น
(2) พลังงานที่ใช้งานได้ (Mechanical Energy) เป็นพลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนไหว และประกอบกิจการงานต่างๆ
กระบวนการสลายนี้ บางทีเรียกว่าการเผาผลาญ (Oxidation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจเทียบและเรียกเป็นศัพท์เทคนิคได้ว่ากระบวนการวิเคราะห์
ทั้งกระบวนการสร้างและกระบวนการสลาย เกิดขึ้นในร่างกายของคนกลับไปกลับมาอยู่ตลอดเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การสืบพันธุ์ การเคลื่อนไหว การทำงาน และอื่นๆ ฉะนั้นหากเมื่อใดที่ขบวนการเมตาโบลิซึมบกพร่อง เราจะรู้สึกไม่สบายทันที หนักเบาตามความบกพร่องของเมตาโบลิซึม และหากกระบวนการเมตาโบลิซึมติดขัดถึงขั้นผิดพลาดจนไม่สามารถแก้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ก็หมายความว่าจะต้องตายแน่นอน หรืออาจพูดในเชิงกลับกันได้ว่า
#คนตายคือคนที่กระบวนการเมตาโบลิซึมหยุดทำงาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น